SF - I like you the best

posted on 01 Aug 2011 07:29 by oguri

 

 

 

 

ฟิคมันอยู่ข้างล่างค่ะ  ตามกันลงไป  อิ๊อิ๊

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Short Fiction – I like you the most

Pairing – IU X Yoseob

Authors’ talk – ฮ่าๆ เป็นฟิคที่อาจจะแปลกไปซักนิดสำหรับท่ามกลางผู้ที่นิยม milky couple เผอิญว่านัตเองประทับใจความน่ารักที่ยางโยเขาไปเต้น marshmallow กับ ไอยูเมื่อหลายปีที่แล้วว ฮ่า และกิริยาอีกมากมายที่ชายยางเขาแสดงออกอย่างชัดเจนประหนึ่งว่าเป็นแฟนคลับของไอยู ซึ่งในสายตานัตมันช่างดูน่ารักอะไรเช่นนี้ ดังนั้นฟิคนี้จึงแต่งมาเพื่อสนองความอยากของตนเองล้วนๆ คิคิ ช่วยพิจารณาโยยูบางเถอะนะค้า แอร๊ยยย >< เขินนน

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

Thought I couldn’t live without you

It’s gonna hurts when it’s heals too

It’ll all get better in time..

 

เสียงหวานใสที่กำลังขับขานอยู่นั้น ถูกเปล่งออกมาจากหญิงสาวร่างเล็กอย่างตั้งใจ เธอปล่อยให้ตนเองรับรู้ถึงอารมณ์ของบทเพลงและตั้งใจส่งมันไปให้ถึงผู้ฟังทั้งหลายที่อยู่ตรงหน้าของเธอ  ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นฉายแววความมั่นใจอย่างชัดเจนแม้ว่าจะมีแว่นกรอบหนาแต่ก็ไม่สามารถปกปิดได้เลยแม้แต่น้อย ในยามที่ตนเองได้ร้องเพลง ต่อให้อยู่ต่อหน้าผู้คนมากมายแค่ไหน ลีจีอึนคนนี้ก็ไม่เคยประหม่าเลยสักครั้ง ทันทีที่บทเพลงจบร่างเล็กค้อมตัวลงเล็กน้อยเพื่อแสดงความขอบคุณ ก่อนจะกลับไปนั่งยังที่ของตนเอง

 

“ดีมากจ้ะจีอึน เธอเป็นการส่งการบ้านที่สมบูรณ์แบบที่สุดในคลาสวันนี้เลยนะ” อาจารย์ ซาน ครูสอนร้องเพลงประจำเอกขับร้องออกปากชม จีอึนยิ้มรับคำชมนั่นน้อยๆ เธอรู้สึกภูมิใจไม่น้อยที่คนธรรมดาอย่างตัวเธอ ก็มีสิ่งที่พิเศษจนอาจารย์สอนร้องเพลงต้องชมว่าเธอสมบูรณ์แบบ อย่างน้อย โลกใบนี้ก็ยังใจดีกับเธออยู่บ้าง

ทันทีที่ออดหมดคาบเรียนดังขึ้น จีอึนคว้ากระเป๋านักเรียนขึ้นสะพายพร้อมกับใช้อีกมือถือกระเป๋ากีตาร์คู่ใจของเธอ พลางออกเดินเพื่อที่จะไปเข้าเรียนอีกคลาสนึงซึ่งเป็นคลาสที่เธอชอบมากอีกเช่นกัน

 

ไม่ไกลนักคลาสของเอกการเต้นเพิ่งจบนักเรียนที่เพิ่งออกมาจากห้องนั่นก็สร้างความแตกตื่นให้กับเหล่านักเรียนในโรงเรียนศิลปะคูรึมนี้เช่นกัน และโดยมากผู้ที่มีอาการแตกตื่น มักจะเป็นนักเรียนหญิงเสียส่วนใหญ่

“กรี๊ดดดด   บีสท์ บีสท์ของฉัน หล่อจังเลย”

“ดูสิ กีกวางเหงื่อออกเยอะมากเลย เสื้อของเขาแนบไปกับตัวเลยล่ะ ดูสิ กล้ามหน้าท้องเขาน่ะ”

“ดูสิ ดงอุนก็ไปเพิ่งทำสีผมใหม่มา น่ารักจังเลย”

“ทำไมทูจุนถึงได้หล่อขนาดนั้นนะ นี่เขาเกิดมาเพื่อเป็นเจ้าชายจริงๆเลย”

“วันนี้จุนฮยองเปลี่ยนรองเท้านี่นา สีนั้นเหมาะกับเขามากเลย”

“ว้ายๆๆ ฮยอนซึงมองมาทางฉันด้วย สายตาเขาน่ะ ทำฉันจะละลายได้อยู่แล้วนะ”

เสียงที่ร้องระงมอย่างเซ็งแซ่ดังอยู่รายล้อมตัวเธอ จีอึนยืนมองไปด้านหน้าและพบว่าทางเดินของอาคารเรียนมีแต่ผู้คนเต็มไปหมด เธอถอนหายใจน้อยๆ และก่อหญิงสาวจะได้ทำอะไรก็มีใครคนนึงผลักเธออย่างแรงและพูดว่า

“โอ๊ย นี่อย่ามาขวางทางได้มั้ยยะ ฉันจะรีบไปหาโยซอบของฉัน”

ร่างบางเซถลาไปชนกับผนังตึก ก่อนจะที่เอนตัวแล้วพิงกับผนังนั่น ในใจได้แต่คิดว่า

‘ถ้าฉันเป็นคนที่ดังแบบเหล่าเจ้าชายอสูรบ้าง จะมีใครผลักฉันแบบนี้มั้ยนะ’

 -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

เสียงกีตาร์ที่มาพร้อมเสียงหวานในช่วงเย็นของทุกวันทำให้ร่างสูงต้องหยุดซ้อมการเต้นของเขาเพื่อฟังเสียงใสนั่นเป็นประจำ ชายหนุ่มไม่รู้หรอกว่า “เธอ” คนนั้นเป็นใคร เขารู้แต่เพียงว่า เขาชอบเสียงของหญิงสาวผู้นั้นมากเหลือเกิน

“วันนี้ก็มาอีกแล้วหรอครับพี่” ดงอุนน้องเล็กของกลุ่มที่เพิ่งเปิดประตูเข้าห้องซ้อมเข้ามาเอ่ยถาม “ทำไมพี่ไม่ลงไปถามชื่อของเธอให้รู้เรื่องซะเลยล่ะ “

“ก็อยากอยู่อ่ะนะ แต่ฉันก็แค่กลัวว่าถ้าลงไปแล้ว เธอเกิดเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆที่เห็นพวกเราแล้วจะกรี๊ดร้องขึ้นมาฉันกลัวว่าตัวเองจะทำใจไม่ได้อ่ะ”

“ไหงงั้นล่ะพี่โยซอบ”

“ไม่รู้สิ ฉันแค่แอบคิดไว้ว่า ผู้หญิงคนนี้น่าจะเป็นที่ที่ฉันใช้หลบภัยได้”

“หลบภัย??” ดงอุนทำหน้าฉงน ผู้หญิงนะคร้าบบ ใช่บังเกอร์ที่ไหนล่ะ

“คนที่ทำให้ฉันอุ่นใจ คนที่ทำให้ฉันสบายใจ คนที่มองฉันเป็นแค่ยาง โยซอบ ผู้ชายคนนึง ไม่ใช่โยซอบแห่งบีสท์”

ชายหนุ่มเอ่ยพลางมองออกไปนอกหน้าต่างก่อนแค่นยิ้มให้กับตนเอง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

“จีอึน เธอแต่งเพลงเสร็จหรือยังอ่ะ นี่ก็จะครบสองอาทิตย์แล้วนะ” อึนจองถามเธอพลันนั่งลงข้างๆ “ฉันยังแต่งไม่ได้เลย เฮ้อ เครียดจัง”

“อย่าเครียดเลยอึนจอง เดี๋ยวเธอก็แต่งได้น่า” จีอึนตบไหล่เพื่อนของเธอเบาๆอย่างให้กำลังใจ หญิงสาวไม่ได้บอกออกไปหรอกว่าเธอแต่งมันได้แล้ว เพลงที่เธอต้องส่งในคาบแต่งเพลง วิชารองที่ตนเองก็ชอบไม่แพ้การขับร้อง วิชาเอกของเจ้าหล่อน

จีอึนใช้เวลาที่ช่วงเย็นออกไปนั่งแต่งเพลงที่สวน Silence บริเวณหลังตึกสาม ซึ่งเป็นตึกของเอกการแสดง และการเต้น เธอรู้ดีว่า ณ ที่ตรงนั้น จะไม่มีใครหาเธอเจอ ก็แหงล่ะ ไม่มีเด็กเอกขับร้องคนไหนที่จะไปตึกนั่นโดยไม่จำเป็นหรอก นั่นไม่ใช่ที่ที่เหมาะสมต่อการฟังเสียงตัวเองเท่าไรนัก

เธอพบสถานที่นั้นเมื่อหลายเดือนก่อนตอนที่เธอกำลังเดินหลบผู้คนที่กำลังตามกรีดร้องให้กับเหล่าบีสท์อย่างบ้าคลั่ง ร่างเล็กที่ฝูงชนเบียดเสียดอย่างหนักจนต้องเดินเลี่ยงไปยังด้านหลังตึก และเธอพบว่า ไม่ยักกะมีนักเรียนคนไหนจะมานั่งที่นี่สักคน เธอเลยสถาปนาที่ตรงนั้นเป็นห้องแต่งเพลงของเธอไปซะเลย

ขาเล็กๆของหญิงสาวเดินไปตามทางลัดหลังตึกสอง ตึกที่เธอใช้เรียนประจำเพื่อไปยัง สวน Silence อย่างเคย ครั้งนี้เพลงของเธอจบสมบูรณ์แบบแล้ว ไหนไหนก็ไหนไหนแล้วก็ขอลองไปร้องเพื่อทดสอบความมั่นใจของตนเองสักหน่อย

เมื่อถึงที่หมาย เธอวางเป้นักเรียนและกระเป๋ากีตาร์ลงบนพื้นหญ้าอันอ่อนนุ่ม ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งช้าๆ มือเรียวค่อยหยิบกีตาร์ออกมา หลังจากนั้นจึงหยิบสมุดแต่งเพลงของตนออกมาจากกระเป๋าและแล้ว จีอึนก็เริ่มขับร้องเพลงของตนเองออกมา

สักวันหนึ่งน้ำตานี้คงหยุดไหล 

สักวันหนึ่งความมืดมิดนี้คงหายไป 

ดวงอาทิตย์ที่อบอุ่น คงจะช่วยให้น้ำตานี้แห้งไปเสียที 

 

เพลงที่ถูกออกมาจากความรู้สึกลึกๆในใจของเธอ ความไม่มั่นใจ ความหวาดกลัวต่างๆที่อยู่ภายในจิตใจ หญิงสาวใช้มันเป็นวัตถุดิบในการรังสรรค์เพลงนี้ขึ้นมา

 

ฉันรู้สึกเหนื่อยนิดๆที่มองเห็นตัวเองอ่อนล้า 

ฉันอยากจะทิ้งความฝันที่ยากลำบากนั้นไปเสีย 

ทุกๆครั้งฉันรู้สึกว่าฉันขาดหายมากกว่ารู้สึกว่ามีสิ่งนั้น 

ขาของฉันหมดแรงจนกระทั่งล้มลง 

 

สักวันหนึ่งน้ำตานี้คงหยุดไหล 

สักวันหนึ่งความมืดมิดนี้คงหายไป 

ดวงอาทิตย์ที่อบอุ่น คงจะช่วยให้น้ำตานี้แห้งไปเสียที 

 

เมื่อไหร่นะที่คนๆนี้จะยืนหยัดได้อย่างสง่างามสักที่ เมื่อไหร่นะ เมื่อไหร่กัน...

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

 

ฉันจะลุกขึ้นมายืนด้วยตนเอง ฉันไม่เป็นไร 

ในทุกๆวันทำให้ฉันรู้สึกกลัวเล็กน้อย 

ฉันบอกตัวเองให้เชื่อมั่นในตัวเอง แต่ก็ทำไม่ได้ 

ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่กว่าฉันจะยีนหยัดได้ 

 

รอจนกว่าสักวันจะมาถึง 

ถึงแม้ว่าคืนนี้จะยาวนาน ดวงอาทิตย์จะส่องแสง 

สักวันหนึ่งความเจ็บปวดในหัวใจของฉันจะหายดี 

 

บทเพลงที่ตัวเขาคุ้นหู ไม่ใช่ว่าชายหนุ่มได้ฟังมันตามคลื่นวิทยุที่ไหน แต่เป็นเพราะตั้งแต่ช่วงเกือบสองอาทิตย์ที่ผ่านมา เสียงกีตาร์กับบทเพลงนี้ถูกเล่นอย่างเป็นช่วงๆ เหมือนเป็นการแต่งเพลงเอง  ในตอนนี้มันกลายเป็นบทเพลงที่ถูกเล่นอย่างไพเราะ ร่างสูงลอบยิ้มบางๆ ความไม่มั่นใจในตนเองงั้นหรอ เพียงแค่ความหวาดหวั่นในใจของคนได้กลายเป็นบทเพลงที่น่าฟังเช่นนี้เชียวหรือนี่

“เอาล่ะ ยาง โยซอบ นายควรจะเลิกกลัวได้แล้ว ไม่ว่าเธอจะเป็นที่หลบภัยหรืออะไรก็ตาม อย่างน้อยนายก็ควรจะเข้าไปคุยกับเธอสักครั้ง”

 

“ขอโทษนะครับ จะว่าอะไรมั้ยถ้าผมจะขอนั่งฟังเพลงของคุณด้วยคน”

จีอึนหยุดเล่นกีตาร์แล้วหันไปตามทิศทางของเสียงนั่น เธอพบว่าเจ้าของประโยคนั้น เป็นคนที่ใครหลายๆคนฝันถึง ผมสีดำขลับเส้นเล็กละเอียดตัดกับผิวขาวใสของร่างสูงอย่างชัดเจน รอยยิ้มหวานๆที่ดูน่ารักไม่น้อยเมื่อได้เห็นในระยะประชิดเช่นนี้ หัวใจของหญิงสาวก็อดเต้นไม่เป็นจังหวะเสียได้ ก่อนที่ร่างเล็กจะพูดอะไรคนตัวสูงก็นั่งลงข้างๆตัวเธอ และรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนของเขาก็ยังคงไม่เลือนไปจากใบหน้าที่แสนหล่อเหลานั่นเลยแม้แต่น้อย

 

สำหรับโยซอบ ใบหน้าหวานใสที่แม้จะมีแว่นทรงคุณป้าสวมอยู่ก็ไม่ได้ลดความน่ารักที่หญิงสาวมีเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามชายหนุ่มสังเกตได้ถึงความอ่อนหวานและสดใสได้จากคนตัวเล็ก เหมือนในความฝันของเขา ความอบอุ่นที่ร่างสูงหวังว่าจะได้รับดูจะค่อยๆชัดเจนทีละน้อย เพียงแค่เห็น สิ่งที่อยู่ในอกซ้ายของชายหนุ่มก็ดูเหมือนจะหลุดออกมาให้ได้เสียตรงนั้น ผิวขาวๆใบหน้าเล็กแก้มใสสีแดงเรื่อ ผมสีน้ำตาลอ่อนที่ถูกปล่อยสยายอย่างธรรมชาติ คนตรงหน้าเขาดูแตกต่างจากๆใครที่เคยเจอ นั่นทำให้โยซอบค่อยๆยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว

“ทำไมคุณถึงมาแต่งเพลงที่นี่ล่ะครับ” ชายหนุ่มเป็นผู้เริ่มบทสนทนา

“ค.ค..คือฉันเห็นว่าที่นี่เงียบดีน่ะค่ะ ก็เลยมาแต่งเพลงที่นี่ ว่าแต่รุ่นพี่ทราบได้ไงคะว่าฉันกำลังแต่งเพลง”

“รุ่นพี่?? คุณเป็นรุ่นน้องผมงั้นหรอ ?”

“ค่ะ ฉันอยู่ปีหนึ่ง แล้วรุ่นพี่ก็อยู่ปีสามฉะนั้นฉันก็ต้องเป็นรุ่นน้องสิคะ”

“อ๋อ เธออยู่ปีหนึ่ง” โยซอบทวนคำพลางเม้มปากน้อยๆอย่างน่ารักที่เขาทำจนเป็นนิสัย “งั้นก็ยินดีที่ได้รู้จักนะครับรุ่นน้อง พี่ชื่อ ยาง โยซอบ อยู่ปีสามเอกการเต้นครับ”

“ค่ะ ฉันชื่อลี จีอึนค่ะ ปีหนึ่งเอกการขับร้อง”

“ว้าว มิน่าล่ะ เธอร้องเพลงเพราะจังเลย จริงๆวิชารองของพี่ก็คือขับร้องแหละ แต่ไม่เคยได้เจอกันในคลาสบ้างเลยนะ”

“ช่วงนี้ปีหนึ่งต้องย้ายมาเรียนตึกสามค่ะเวลาเรียนขับร้อง เพราะตอนนี้เป็นช่วงสอบร้องเสียส่วนใหญ่ ก็เลยไม่ได้เจอกัน”

ชายหนุ่มพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ “อ๋อ งั้นหรอ มิน่าล่ะ น่าเสียดายจัง” ท้ายประโยคโยซอบเอ่ยกับตัวเองเบาๆ

“แต่จริงๆแล้วคนที่ลงวิชาเอกกับคนที่ลงวิชารองก็ไม่ได้เรียนด้วยกันอยู่แล้วไม่ใช่หรอคะ”

“นั่นสินะ ดูท่าว่าผมจะเข้าใจผิด “ร่างสูงยิ้มบางๆ ก่อนจะถามต่อว่า “แล้วเธอรู้ได้ไงล่ะว่าผมเป็นรุ่นพี่”

“ถามแปลกจังนะคะ มีใครในโรงเรียนนี้จะไม่รู้จักโยซอบแห่งบีสท์บ้าง” รอยยิ้มจางๆของหญิงสาวที่มาพร้อมกับคำตอบ ทำเอาใจของคนถามแกว่งเบาๆ

“งั้นถ้าผมอยากจะรู้จักคุณมากขึ้น จะแปลกมั้ยครับ”

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

เป็นเวลาร่วมเดือนที่เธอ ‘ลี จีอึน’ จะมานั่งเล่นกีตาร์อยู่ในสวน Silence พร้อมกับมีผู้ฟังที่ดีคอยมานั่งเป็นเพื่อนเธอทุกครั้ง ในตอนนี้หญิงสาวเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมใครๆหลายคนถึงอยากจะใกล้ชิดเหล่าเจ้าชายอสูร ความน่ารักและสดใสของชายหนุ่มทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่ได้คุยกับเขา

 

“จีอึนนน วันนี้พี่สอบเต้นได้เอพลัสแหละ เจ๋งป่าวว” ความร่าเริงที่แฝงมาในน้ำเสียงนุ่มๆนั่น ทำเอาเธอยิ้มกว้าง

ทันทีที่คนตัวโตนั่งลงข้างๆ ไม่สิ เขาเอนตัวลงนอนข้างเธอต่างหาก จีอึนหันไปยิ้มให้เขาอย่างอ่อนหวาน

“ฉันยินดีด้วยนะคะรุ่นพี่ กะแล้วว่ารุ่นพี่จะต้องทำได้ ไม่สิรุ่นพี่เก่งอยู่แล้ว รุ่นพี่ทำได้ดีเสมอแหลค่ะ “

“จริงหรอ ฉันเก่งขนาดนั้นในสายตาเธอเลยหรอ” โยซอบออกปากถามพลางยิ้มกว้างจนตาหยี

เธอหัวเราะเบาๆ “แน่นอนค่ะ รุ่นพี่เก่ง ฉันเชื่อในตัวรุ่นพี่ค่ะ”

“งั้นเอางี้มั้ย วันนี้ฉันโดดซ้อมแล้วพาเธอไปเลี้ยงไอติม ดีป่ะ”

“จะดีหรอ..” ร่างเล็กเอ่ยอย่างกังวล แต่ก่อนที่ตัวเธอจะพูดจบ คนชวนก็รีบลุกขึ้นพลันเอ่ยว่า

“ไปเถอะ ฉันอยากกินไอติมกับเธอมาตั้งนานแล้ว”

 

The musketeers

ร้านไอศกรีมบรรยากาศสบายที่ร่างสูงกึ่งชวนกึ่งบังคับให้เธอมานั่งทานไอติมด้วยวันนี้ดูมีคนน้อยผิดปกติ อาจจะเป็นเพราะวันนี้มีพยากรณ์อากาศว่าฝนจะตกล่ะมั้ง ทำให้นักเรียนส่วนใหญ่ไม่กล้าเสี่ยงจะนั่งละเลียดของหวานแล้วสุดท้ายต้องเผชิญกับฝนที่จะตก แหงล่ะ ใครอยากจะป่วยบ้าง นี่มันจะสอบกลางภาคแล้วนะ

 

“กินอะไรสั่งเลย วันนี้พี่เป็นป๋า เดี๋ยวเลี้ยงเธอเอง” คนตรงข้ามเอ่ยอย่างใจดี จีอึนกับรุ่นพี่ของเธอนั่งรออยู่ที่มุมเล็กมุมหนึ่งของร้าน หญิงสาวแกล้งยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะพูดว่า “งั้นรุ่นพี่เตรียมกระเป๋าฉีกได้เลย ฉันจะไม่เกรงใจล่ะนะคะ”

“โอ๊ะโหยย ฉันกลัวจังเลยย จีอึนตัวน้อย ดูซิว่าเธอจะกินเก่งเท่าไหร่เชียว”

 

เมื่อพวกเขาทั้งสองสั่งเมนูที่ตนเองต้องการไป ไม่นานนักของเหล่านั้นก็มา ไอศกรีมสีหวานถูกวางลงตรงหน้าร่างบางส่วนอีกถ้วยก็วางตรงหน้าชายหนุ่มร่วมโต๊ะ  พวกเขานั่งคุยพลางกินไปด้วย บทสนทนาที่สนุกสนานมักจะมาจากโยซอบที่เล่าเรื่องตลกให้เธอฟังเสมอ ส่วนจีอึนก็ทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดีและร่วมหัวเราะไปกับเรื่องที่แสนสนุกเล่านั้น

 

ฝนที่กำลังตกปรอยๆทำเอาโยซอบรู้สึกขุ่นมัวเล็กน้อย นี่เขาพายัยตัวเล็กมาติดฝนหรือเนี่ย

“ว้า ฝนตกจริงๆด้วย ฉันน่าจะเชื่อพยากรณ์อากาศนะเนี่ย” โยซอบบ่นกับตัวเองเบาๆพลางมองคนข้างตัวที่ถือของพะรุงพะรัง กีตาร์ตัวใหญ่ที่เธอสะพายบนบ่าดูถ้าจะหนักไม่ใช่น้อย “จีอึนให้พี่ไปส่งมั้ย ห้ามตอบว่าไม่นะ วันนี้พี่พาเธอมาติดฝนพี่ต้องพาเธอไปส่งโดยสวัสดิภาพมมันเป็นสิ่งที่ลูกผู้ชายอย่างพี่ต้องรับผิดชอบ”

“ถ้ารุ่นพี่รู้สึกขนาดนั้น ฉันก็ตามใจรุ่นพี่แล้วกันค่ะ” หญิงสาวยิ้มน้อยๆ พลางส่ายหัวเบาๆ

“งั้นเอากีตาร์ของเธอมา เดี๋ยวพี่จะไปส่งเธอเดี๋ยวนี้แหละ”

ทันทีที่พูดจบมือหนาก็เอื้อมมาปลดสายพาดบ่าของกระเป๋ากีตาร์ที่เจ้าหล่อนกำลังสะพายอยู่ แล้วรีบนำมันมาสะพายก่อนจะจับมือเล็กๆของคนข้างตัวออกวิ่งทันที

 

ฝนที่ตกอย่างหนักหลังจากที่เธอกับเขาขึ้นรถเมล์ทำเอาจีอึนถอนใจเบาๆ “แบบนี้กว่าจะเดินเข้าบ้านได้คงตัวเปียกแย่เลย”

“ไม่ต้องห่วงน่า เธอมีพี่เปียกเป็นเพื่อนอยู่แล้ว” โยซอบเอ่ยพลางบีบมือเล็กๆของเธอ นั่นทำให้เจ้าของมือนั่นรู้สึกอุ่นใจไม่น้อย แต่เธอก็รู้สึกถึงอุณหภูมิที่สูงขึ้นของร่างกายด้วย ใบหน้าที่ร้อนผะผ่าวแบบนี้ หมายความว่ายังกันนะ แต่ก่อนที่จะคิดอะไรออก ผ้าขนหนูสีขาวผืนเล็กก็ยื่นอยู่ตรงหน้าเธอ “เช็ดซะหน่อยนะ เธอเปียกหมดแล้วเห็นมั้ย”

จีอึนรับมันมาพลางมองคนพูด “รุ่นพี่นั่นแหละค่ะที่ควรจะต้องเช็ด เปียกกว่าฉันเยอะเลย อย่ามาทำใจดีตอนนี้เลยค่ะ”

เธอเอี้ยวตัวเล็กน้อยก่อนจะบรรจงเช็ดใบหน้าใสที่มีหยดน้ำพร่างพราวอยู่บนนั้น จีอึนไม่รู้สักนิดว่าคนใกล้ตัวเธอรู้สึกหวั่นไหวแค่ไหนกับความใกล้ชิดที่หญิงสาวไม่ได้ตั้งใจมอบให้เช่นนี้

 

เมื่อถึงป้ายรถเมล์ที่เธอจะต้องลงชายหนุ่มกุมมือเธอไว้อีกครั้งก่อนจะพากันวิ่งลงอย่างรวดเร็วแต่ด้วยสภาพอากาศที่ย่ำแย่ คนตัวสูงตัดสินใจพาเธอเข้าไปหลบฝนภายในตู้โทรศัพท์สาธารณะใกล้ๆ

“หวา แว่นฉันเปียกหมดเลย” เสียงหวานบ่นเบาๆ ก่อนจะถอดแว่นทรงคุณป้านั่นออก พลางความหาผ้าเช็ดหน้าของตนจากกระเป๋าเสื้อนอกอย่างยากลำบาก ด้วยพื้นที่จำกัดแบบนี้ จีอึนรู้สึกอึดอัดไม่น้อย ยิ่งใกล้โยซอบเท่าไหร่เธอก็ยิ่งรู้สึกแปลกมากขึ้นเท่านั้น เอกับเขาอยู่ใกล้ชิดกันจนแทบจะได้ยินเสียงหัวใจของกันและกัน และถ้าหากเป็นอย่างนั้นจริงๆ คนตัวสูงคงจะรู้ว่าหัวใจของเธอมันเต้นรัวยิ่งกว่าท่อนแรพของเพลงไหนๆบนโลกนี้เสียอีก

ส่วนคนที่พาร่างเล็กวิ่งเข้ามาภายในตู้โทรศัพท์ยิ่งรู้สึกคิดผิดถนัด ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนพาตัวเองมาเสี่ยงกับสถานการณ์ที่ไม่น่าวางใจเลยแม้แต่น้อย ความใกล้แบบนี้ ยากต่อการเก็บความรู้สึกที่เขามีไว้ภายในใจ ยิ่งได้มองใบหน้าเล็กๆของเจ้าหล่อนในระยะประชิด เขาก็พบว่าความน่ารักของเธอยิ่งเปล่งประกายออกมาอย่างชัดเจน เมื่อแว่นตาซึ่งเป็นสิ่งที่ค่อยบดบังใบหน้าหวานใสของจีอึนมาตลอดถูกถอดออก โยซอบบอกตัวเองในใจเบาๆว่า คนๆนี้คือเจ้าหญิงที่ตนเองตามหามาแสนนาน และกว่าที่ชายหนุ่มจะรู้ตัว มือของเขาก็ค่อยๆไล้อยู่ที่ใบหน้าของคนตัวเล็กอย่างอ่อนโยน

จีอีนสบตาคนตรงหน้าอย่างหวั่นไหว แต่เธอก็ไม่สามารถทราบได้เลยว่าดวงตาคูนั้นคิดอะไรอยู่ คงต้องโทษตัวเองที่สายตาสั้นจึงทำให้เธอไม่รู้เรื่องเช่นนี้ ทว่าต่อให้เธอจะสายตาดีแค่ไหนคงไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะตอนนี้มือหนาของร่างสูงข้างหนึ่งกำลังปิดตาทั้งสองข้างของเธออยู่ พลันเธอก็รู้สึกถึงสัมผัสละมุนที่ริมฝีปากของเธอ โยซอบบรรจงจูบเธออย่างอ่อนหวาน จีอึนรู้สึกเหมือนเธอกำลังล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าที่มีแต่ความหวานละมุนราวกับได้กลิ่นของสายไหมสีสวย เอ หรือจะเป็นเพราะไอติมรส Cotton candy ที่ร่างสูงสั่งเมื่อตอนเย็นนะ หญิงสาวตั้งข้อสงสัย แต่อย่างน้อย เธอก็รู้ว่าความรู้สึกของการที่ถูกจูบนั้น มันช่างอบอุ่นและวาบหวามเพียงใด ไม่นานนักคนตัวโตก็ค่อยๆถอนริมฝีปากออกพลางลดมือที่ปิดตาของเธอลงก่อนจะแนบหน้าผากของเขาเข้ากับหน้าผากของเธอแล้วพูดว่า

“อยู่ด้วยกันแบบนี้จนกว่าฝนจะหยุดตกเถอะนะ”

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ย้ากกก   จบพาร์ท 1 ไปแล้วว หวังว่าฟีดแบกจะดีนะคะ ถึงฟีดแบกจะเป็นอย่างไร นัตก็คงจะแต่งให้จบอย่างแน่นอน ให้กำลังใจนัตตี้คนนี้ด้วยนะคะ แอร๊ยย  เขินจังเลย >////< ยินดีรับฟังทุกคอมเมนท์ค่ะ เรื่องแรกที่ลงบ้านหลังนี้ ช่วยพิจารณาด้วยนะคะ

ปล. นัตตี้อยากกิน cotton candy

ปล. ของ ปล. นัตตี้อยากกินฮยอนซึง  ย้ากก  อันนี้ไม่เกี่ยวกันนน  ฮ่าๆๆ  รักคนอ่านค่ะ (กระโดดจูบปาก) อิ๊อิ๊

edit @ 1 Aug 2011 07:32:59 by NuTTieZZa

edit @ 1 Aug 2011 07:34:13 by NuTTieZZa

edit @ 1 Aug 2011 07:35:32 by NuTTieZZa

edit @ 1 Aug 2011 07:36:54 by NuTTieZZa

edit @ 1 Aug 2011 07:38:50 by NuTTieZZa